ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองใหญ่  
 
 
 
 ตราสัญลักษณ์
 วิสัยทัศน์/พันธกิจ
 สภาพเศรษฐกิจ
 สภาพทางสังคม
 บริการขั้นพื้นฐาน
 คำเเถลงนโยบายนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองใหญ่
 โครงสร้างองค์กร
 อำนาจหน้าที่ของ อปท.
 สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐาน
 
 
 สำนักปลัด
 กองคลัง
 กองช่าง
 กองการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
 กองสวัสดิการเเละสังคม
 การขึ้นทะเบียนผุ้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยฯ
 แนะนำการชำระภาษี
 การเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วม
 มาตรการตรวจสอบการใช้ดุลพินิจ
 มาตรการป้องกันการรับสินบน
 งานสาธารณสุข
 
 
  คณะผู้บริหาร
  สมาชิกสภาอบต.
  หัวหน้าส่วนราชการ
  สำนักปลัด
  กองคลัง
  กองช่าง
  กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
  กองสวัสดิการสังคม
 
 
รายงานกิจการสภา
ประกาศ
ข่าวประชาสัมพันธ์
คู่มือประชาชน
ประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงาน
ศูนย์ดำรงธรรม
กองทุนหลักประกันสุขภาพ
เบี้ยผู้สูงอายุ
อปพร.
ผลิตภัณฑ์ตำบล
มุมอาเซียน
รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ
ข่าวเด่น
จดหมายข่าว
ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
แบบสอบถามความพึงพอใจ
วีดีทัศน์
ภาพกิจกรรม
ผลิตภัณฑ์ตำบล
ผลงานเด่น
สถานที่สำคัญ
หนังสือราชการ สถ.
หนังสือราชการ สถ.จ.
 
 คู่มือปฏิบัติงาน
 สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้าง
 การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน (ITA)
 
  แผนยุทธศาสตร์
  แผนพัฒนาสี่ปี
  แผนการขับเคลื่อนหน่วยงาน
  แผนดำเนินงานประจำปี
  รายงานการกำกับติดตามการดำเนินงาน รอบ 6 เดือน
  รายงานผลการดำเนินงานประจำปี
 รายงานการติดตามการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี
 แผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำปี 2561-2564
 ควบคุมภายใน
 แนะนำการชำระภาษี
 
 
  ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
  แผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี
  รายงานการกำกับติดตามการใช้จ่ายงบประมาณ รอบ 6 เดือน
  รายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี
 
แผนการจัดซื้อจัดจ้างหรือแผนการจัดหาพัสดุ
ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง
ผลประกาศการจัดซื้อจัดจ้าง
สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุรายเดือน
รายงานผลการจัดซื้อจัดจ้างหรือการจัดหาพัสดุประจำปี
รายงานผลการจัดซื้อจัดจ้าง
ราคากลางจัดซื้อจัดจ้าง
แผนปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้าง
ประกาศผู้เสนอราคา
 
เจตจำนงสุจริตของผู้บริหาร
การมีส่วนร่วมของผู้บริหาร
 
นโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคล
การดำเนินการตามนโยบายการบริหาร ทรัพยากรบุคคล
หลักเกณฑ์การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
รายงานผลการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลประจำปี
มาตรฐานการปฏิบัติงาน
แผนอัตรากำลัง
  รับฟังความเห็นงานด้านทรัพยากรบุคคล
 
แนวปฏิบัติการจัดการเรื่องร้องเรียนการทุจริต
ช่องทางแจ้งเรื่องร้องเรียนการทุจริต
ข้อมูลเชิงสถิติเรื่องร้องเรียนการทุจริตประจำปี
รายงานการการกับติดตามการดำเนินการป้องกันการทุจริตรอบ 6 เดือน
รายงานผลการดำเนินการป้องกันการทุจริตประจำปี
  ช่องทางแจ้งเรื่องร้องเรียนการทุจริต
 
การประเมินความเสี่ยงการทุจริตประจำปี
การดำเนินการเพื่อจัดการความเสี่ยงการทุจริต
 
แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตประจำปี
รายงานการกำกับติดตามการดำเนินการป้องกันการทุจริตประจำปีรอบ 6 เดือน
รายงานผลการดำเนินการป้องกันการทุจริตประจำปี
 
พ.ร.บ./พ.ร.ก.
กฎกระทรวง/ระเบียบฯ
ระเบียบกฏหมายอื่นๆ
 
การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร
 
ข้อมูลเชิงสถิติการให้บริการ
มาตรฐานการให้บริการ
รายงานผลการสำรวจความพึงพอใจการให้บริการ
 
 
แบบสำรวจความคิดเห็น
ท่านต้องการให้ อบต.พัฒนาในส่วนใดมากที่สุด
ไฟฟ้า
ถนน
น้ำประปา
บริการประชาชน
แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร
การศึกษา
 
 
 
 
 
 
 
 
 
  3.215.133.185    
 
มารู้จักโรค โควิด 19
ศูนย์โควิด-19 จังหวัดบุรีรัมย์
 
เนเธ™เธฐเธ™เธณเน€เธ—เธจเธšเธฒเธฅ
______________________________________________________________________________________________
   
 
  แนะนำเทศบาล
 
 

ประวัติตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน

แสนยาวิราช (ขุนงอบ อินทะรังษี) ผู้ปกครองเมืองงอบ ปี 2455 – 2475 ชื่อบ้านงอบนี้ ใครตั้งไม่ทราบประวัติ แต่สันนิษฐานว่าไม่ใช่หมายถึงหมวกตามที่พจนานุกรมกล่าวแน่นอน เพราะคำว่า “งอบ” นั้นเป็นภาษาไทยกลาง ชาวบ้านในท้องถิ่นไม่ได้เรียกว่างอบ แต่เรียกหมวกทีมีลักษณะดังกล่าวว่า “กุ๊บ” ผู้มีอายุในหมู่บ้านได้ให้ความเห็นว่า คำว่างอบ อาจเอาชื่อของหมู่บ้านเดิมที่อพยพมา หรืออาจแผลงมาจากคำว่า “ง่อม” ซึ่งแปลว่าเงียบเหงา ก็ได้ เพราะสมัยก่อนมีคนน้อย คงจะเงียบเหงา ก็เลยเรียกว่าหมู่บ้านง่อม

เมื่อนานเข้ามีผู้คนมากขึ้นไม่ง่อมเหมือนเมื่อก่อน ๆ แล้ว ก็เลยเปลี่ยนชื่อมาเป็นงอบ ซึ่งคล้ายกับชื่อเดิม หรือไม่ก็เพี้ยนมาเป็นงอบตามวิวัฒนาการทางภาษา
หมู่บ้านงอบ เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ หมู่บ้านหนึ่ง สมัยก่อนเรียกติดปากกันว่า “เมืองงอบ” ประชาชนมีเชื้อสายไทลื้อ พูดภาษาไตลื้อกันทั่วทั้งหมู่บ้าน สมัยก่อนเป็นหมู่บ้านเดียวในอำเภอทุ่งช้างที่พูดภาษาไตลื้อ ปัจจุบันได้แยกไปอยู่ที่ หมู่ที่ ๔ (บ้านทุ่งสุน) อีก ๑ หมู่บ้านประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน อพยพมาจากที่ใดเมื่อไร นั้นไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด ได้แต่เล่าลือสืบต่อกันมาว่ามาจากสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ภาษาพูดคล้ายกับชาวยองในจังหวัดลำพูน ผู้สืบเชื้อสายไทลื้อในหมู่บ้านได้พยายามสืบค้นหาหลักฐาน เอกสาร ตำรา ร่องรอยหลายแห่งก็ไม่สามารถชี้ชัดได้ ซึ่งมีผู้สืบค้นและเขียนประวัติของชนชาติไทลื้อไว้หลายเล่ม เช่น หนังสือ “ลื้อคนไทยในประเทศจีน” ได้กล่าวถึงตัวอักษรของชาวไทลื้อและวรรณคดีไทลื้อ สุภาษิตที่สำคัญ แบบแปลนบ้าน อาหาร เครื่องดึ่ม ความเป็นอยู่ในครอบครัว การตั้งชื่อเด็กหญิง,ชายตามลำดับขั้น การนับถือศาสนาพุทธ ศาสนาผี ประเพณีลอยกระทง พิธีขึ้นบ้านใหม่ พิธีแต่งงาน การละเล่นในเทศกาลต่าง ๆ การเกี้ยวพาราสีระหว่างคนหนุ่มสาว การล่าสัตว์ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับชาวไทลื้อบ้านงอบ จะตรงกันเป็นส่วนใหญ่

นอกจากนี้ ในหนังสือ ชาติวงศ์วิทยา ว่าด้วยชนชาติเผ่าต่าง ๆ ในประเทศไทย ได้กล่าวถึงชนชาติเผ่าต่าง ๆ มีตอนหนึ่งกล่าวถึงไทลื้อว่า “ถิ่นฐานของพวกไทลื้อส่วนใหญ่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโขง แต่ก็มีมากที่อพยพมาอยู่ยังฝั่งไทย โดยเฉพาะในจังหวัดลำพูน ลำปาง เชียงราย แพร่และน่าน” ในหนังสือเรื่อง งานค้นคว้าเรื่องชนชาติไทย ของหลวงวิจิตรวาทการ มีการกล่าวถึงชาวไทลื้อมีใจความสำคัญคือ “ลื้อเป็นคนไทย มิใช่เป็นคนชาวป่าชาวดอย”
พระยาอนุมานราชธน ได้กล่าวถึงชาวไตลื้อ ไว้ในหนังสือ ไทย-จีน ว่า “ชาวไทลื้อ เป็นคนไทยที่รู้จักหนังสือ มีดินแดนดั้งเดิมอยู่ในแคว้นสิบสองปันนา ซึ่งมีอาณาเขตอยู่ระหว่างพม่ากับอ่าวตังเกี๋ย การแบ่งแคว้นสองปันนาออกเป็นเมืองใหญ่ถึง ๒๘ เมือง”

นอกจากนี้ ในปริญญานิพนธ์เรื่อง “วรรณกรรมไทลื้อ” ของชำนาญ รอดเหตุภัย ได้เขียนประวัติการอพยพของชาวไตลื้อว่า “ ชาวไทลื้อมีภูมิลำนาอยู่แคว้นสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน อพยพมาอยู่ในประเทศไทยหลายครั้ง สาเหตุการอพยพก็เพราะบางแห่งในถิ่นเดิมทุรกันดาร ไม่มีพื้นที่ทำมาหากิน ถูกโจรปล้นสดมรบกวน ได้รับการกดขี่ข่มเหงจากชนชาติผู้ปกครองคือจีนฮ่อและพม่า จึงได้อพยพเข้ามาตอนเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดเชียงราย ไทลื้อบางพวกได้ถูกกวาดต้อนลงมาเนื่องจากราชวงศ์คำมั่นเมืองเชียงใหม่ พระยาอุปราชหมูล่าเมืองลำปาง ยกไปตีเมืองเชียงรุ้งของไทลื้อ ซึ่งตกอยู่ในอำนาจของพม่า ได้รบพุ่งกันหลายครั้ง ในที่สุด เจ้าเมืองเชียงรุ้งกับท้าวพระยาสิบสองปันนาก็ยอมอ่อนน้อมขอขึ้นอยู่กับพระราชอาณาจักรไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๙ (จ.ศ.๑๒๑๘) ไทยได้กวาดต้อนเอาครอบครัวไตลื้อจาก เมืองพง เมืองหย่วน เมืองล่า แห่งแคว้น สิบสองปันนา มาไว้ในเขตนครน่านประมาณ พันคนเศษ ”

สุจิตต์ วงษ์เทศ ได้เขียนบทความเรื่อง “คนไทยที่สิบสองปันนา” ในหนังสือ ข่าวครูไทยในโอกาสที่ได้รับเชิญไปแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทย-จีนว่า “ชาวไตลื้อ นอกจากมีดินแดนกว้างใหญ่อยู่ที่ สิบสองปันนาแล้ว ยังกระเซ็นกระสายอพยพโยกย้ายและถูกกวาดต้อนมาเพราะการสงครามแต่ก่อน ลงมาอยู่ ที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ก็มี จังหวัดน่านก็มี ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่าเคยถูกกวาดต้อนลงไปที่ภาคใต้ก็มี ทุกวันนี้ชาวไตลื้อในเขตสิบสองปันนาแม้จะอยู่ในดินแดนของจีน แต่ทางการของจีนก็ให้เป็นเขตปกครองตนเอง มีประธานคณะกรรมการเป็นชาวไตลื้อด้วยกัน”และในพงศาวดารเมืองน่าน ได้กล่าวถึงเรื่องเจ้าหลวงสุมนเทวราช ผู้ครองนครน่านยกทัพขึ้นไปตีสิบสองปันนาไว้ดังนี้

  • เถิงจุลศักราชได้ ๑๑๗๓ เดือน ๖ ลง ๑๓ ค่ำ อาชญาเจ้าหลวงสุมนเทวราชท่านก็ยกเอาพลนิกายโยธาทั้งหลาย ขึ้นเมือตีเอาเมืองล้า เมืองพง ก็ได้ยกรี้พลปงทัพไชยอยู่ท่าขึ้เหล็ก ฯ
  • เถิงจุลศักราชได้ ๑๑๗๔ ตัวเดือน ๓ อาชญาเจ้าหลวงท่านก็กวาดเอาคนครัวเมืองล้า เมืองพง เชียงแขง เมืองหลวงภูคา ลงมาไว้เมืองน่านมีคน ๖๐๐๐ คนหั้นแล ฯ
  • เถิงจุลศักราชได้ ๑๑๗๕ ตัวปีกาเล้า อาชญาเจ้าหลวงท่านก็ล่าถอยกองทัพลงมาเถิงเมืองน่านเดือน ๘ หั้นแล

ตามตำนานที่กล่าวขานสืบต่อกันมาในบรรพบุรุษของหมู่บ้าน ประกอบกับหลักฐานงานเขียนที่ได้อ้างอิงมา ตลอดจนประเพณีวัฒนธรรมของหมู่บ้านในปัจจุบัน พอสรุปได้ว่า คงจะอพยพมาจากแคว้นสิบสองปันนาค่อนข้างแน่นอน แต่จะมาในสมัยใด เมืองใด นั้นไม่อาจทราบได้ อาจมาในคราวที่เจ้าหลวงสุมนเทวราช ผู้ครองนครน่านยกทัพไปตีสิบสองปันนา และกลับมาถึงเมืองน่านในปี จุลศักราช ๑๑๗๕ ก็เป็นได้ เพราะปีจุล-ศักราช ๑๑๗๕ ตรงกับ พ.ศ.๒๓๕๖ ในรัชสมัยสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และหลักฐานเท่าที่ปรากฏ มีครูบาอินต๊ะวิชัย เจ้าอาวาสวัดศรีดอนชัยองค์หนึ่ง เขียนไว้ในธรรมคัมภีร์ใบลาน เป็นภาษาพื้นเมืองล้านนาโบราณ ระบุปี จ.ศ. ๑๑๘๕ ซึ่งเป็นเวลาหลังจากเจ้าหลวงสุมนเทวราชกวาดต้อนคนลื้อมาจากสิบสองปันนาได้ ๑๐ ปีพอดี ว่าท่านมาจากเมืองหลวงภูคา และบรรยายถึงวัดศรีดอนชัยไว้ส่วนหนึ่งว่า “เขียนแล้วปางอยู่เมตตาวัดศรีดอนชัยงอบนาล้อมแก้วกว้าง

ซึ่งขณะนี้คัมภีร์ยังเก็บรักษาไว้ที่วัดศรีดอนชัย ตำบลงอบ ก็คงเป็นหน้าที่ของลูก หลาน เหลนของชาวไตลื้อ “บ้านงอบ” ที่จะต้องช่วยกัน สืบค้นหา ที่มาของบรรพบุรุษต่อไป

 
เอกสารแนบ
โดย admin   ประจำวันที่   09-09-2558

 

 
   
 
 
 
 
 
โทรศัพท์ 0-4466-6077 , โทรสาร 0-4466-6077

การแสดงผลบนหน้าเว็บไซต์จะสมบูรณ์ที่สุดในระบบเวอร์ชันล่าสุดของ Google Chrome, Mozilla Firefox, Microsoft Internet Explorer 11 ขึ้นไป
สงวนลิขสิทธิ์ © โดย MediaCreativeCenter 08-7776-6615
  หน้าแรก  I  สถานที่สำคัญ  I  ผลิตภัณฑ์ตำบล  I  กระดานสนทนา  I  แผนผังเว็บไซต์  I  ติดต่ออบต..